หินอัคนี

posted on 13 Mar 2010 16:33 by wutthinan
กระบวนการเกิด หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัวของหินหนืดหรือลาวา ซึ่งจะเย็นตัวลงแล้วตกผลึกหินหนืดที่แข็งตัวให้เปลือกโลกในระดับที่สึก
จะเป็นหินพลูโทนิค (Plutonic Rock) หรือเรียกว่าหินอัคนีระดับลึก จะมีเม็ดแร่ขนาดใหญ่ ลาวาหรือหินหนืดบางส่วน
ที่เกิดจากการประทุของภูเขาไฟ เมื่อเย็นตัวลงบนพื้นโลกก็จะเกิดเป็นหินภูเขาไฟ (Volcanic Rock)
จะมีเม็ดแร่ขนาดเล็กละเอียดในกรณีที่หินหนืดมีการแทรกซอนเข้าใกล้ผิวโลกแล้วเย็นตัวลง
จะทำให้เกิดหินอัคนีที่มีเม็ดแร่ขนาดใหญ่ปะปนกับเม็ดแร่ขนาดเล็ก
ลักษณะพื้นฐาน
  • เม็ดแร่จะจับตัวกันแน่น (Interlocking) จะมีความพรุ่นต่ำ
  • เนื้อหินจะสมานกันแน่นทั้งก้อน (Massive) ไม่พบรอยแตก
  • แร่ในเนื้อหินจะไม่ค่อยพบกับการจัดเรียงตัว
  • มีแร่เฟลด์สปาร์สูง และจะมีแร่เด่น คือ แร่เพลด์สปาทอยด์ โอลิวีน โครไมต์
  • บางส่วนในเนื้อหินจะมีแก้วธรรมชาติปะปนอยู่บ้าง

พนังหิน : เมื่อหินหนืดดันแทรกเข้าไปตามโครงสร้างที่แตกร้าวของหินเดิมและเย็นตัวกลายเป็นหินแข็ง
เรียกว่า พนังหินซึ่งมักมีมุมสูงชัน
พลูโทน : เป็นมวลหินอัคนีที่แข็งตัวใต้เปลือกโลกที่ระดับความลึกมาก ขนาดของมวลพลูโทน
อาจกว้างนับร้อย ๆ กิโลเมตร
พนังแทรกชั้น : หินหนืดสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ระหว่างแนวระนาบของหินชั้น
และเมื่อเย็นตัวลงเป็นหินแข็งจะกลายเป็นพนังแทรกชั้น
หลังจากที่หินชั้นถูกกัดกร่อนทำลายไปจะเหลือสันแนวยาวโผล่ให้เห็นบนพื้นผิวโลก

แบ่งเป็น

1. หินอัคนีแทรกซอน ได้แก่ 

หินเพกมาไทต์

ประเภท

อัคนีแทรกซอน

 ลักษณะ

จะมีลักษณะรูปร่างแบบโครงสร้างกราฟฟิค (Graphic Structure) เนื้อหยาบ

 กระบวนการเกิด

ของเหลวที่เหลือจากการตกผลึกของหินหนืดในช่วงสุดท้าย เรียกว่าสารละลายไฮโดรเทอร์มอล หรือแร่ร้อน (Hydrothermal Solution) สารละลายไฮโดรเทอร์มอลจะตกผลิกให้แร่ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก

 องค์ประกอบ

ควอร์ตซ์และออร์โทเคลสเฟลด์สปาร์เป็นส่วนใหญ่ และมีไมกาบ้างเล็กน้อย บางที่ควอร์ตซ์ก็จะเกิดเป็นรูปนิ้วมืออยู่ในออร์โทเคลสเฟลด์สปาร์ แร่ที่ประกอบ เบอร์ลเลียม อะลูมินา และซิลิกา

 บริเวณที่พบ

นราธิวาส, ตาก, ระนอง

 ประโยชน์

เป็นวัสดุก่อสร้าง ถ้ามีแร่เฟลสปร์มากเมื่อผุพังแล้วจะให้แร่ดินขาว ซึ่งใช้ในอุตสากรรมเซรามิก

หินไดออไรต์

ประเภท

อัคนีแทรกซอน

 ลักษณะ

เนื้อหยาบ  ผลึกแร่ใหญ่ค่อนข้างสม่ำเสมอ
 มีสีคล้ำอาจถึงดำเพราะปริมาณแร่สีเข้มมีมากขึ้น

 กระบวนการเกิด

กำเนิดอยู่ภายใต้ผิวโลก เกิดจากหินหนืดมาเย็นตัวเป็นหินอยู่ใต้พื้นผิวโลก

 องค์ประกอบ

แร่ที่สำคัญคือ แร่เพลจิโอเคลสเฟลด์สปาร์ ไปโอไทต์ ฮอร์นเบลนด์ และ   ไพรอกซีน จะไม่มีแร่ควอตซ์ปนอยู่ด้วย หรืออาจจะมีแต่น้อยมาก แร่ที่การเพิ่มมากขึ้น คือ โซดาไลม์เฟลด์สปาร์ และแร่สีเข้ม

 บริเวณที่พบ

ในประเทศไทยพบไม่มากนัก และโดยมากในบริเวณเดียวกับที่ที่พบหินแกรนิต เช่นที่จังหวัดตาก เลย แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เชียงราย สระบุรี ลพบุรี และนครราชสีมา

 ประโยชน์

ใช้เป็นหินก่อสร้างแทนหินแกรนิต เพราะว่ามีค่ากำลังวัสดุสูง เนื้อหยาบ ความพรุนต่ำ มีการยึดติดกับยางมะตอยสูง

หินแกรนิต

ประเภท

อัคนีแทรกซอน

 ลักษณะ

เป็นหินที่มีเนื้อหยาบหรือเป็นดอกผลึกเกาะกันแน่นเห็นได้ชัด ดูโดยทั่วไปเป็นหินสีจาง เพราะมีแร่ส่วนใหญ่เป็นแร่พวกเฟลด์สปาร์และ ควอร์ตซ์ เมื่อทุบดูจะเห็นผิวหน้าที่ขรุขระได้ชัดเจน

 กระบวนการเกิด

เกิดจากการเย็นตัวอย่างช้า ๆ ภายใต้พื้นผิวโลก

 องค์ประกอบ

แร่ที่สำคัญคือ แร่ควอร์ตซ์ประมาณ 30% กับแร่เฟลด์สปาร์ โดยเฉพาะพวกออร์โทเคลสประมาณ 60% แร่สีเข้มประมาณ 10% ได้แก่  ฮอร์นเบลนด์ ไบโอไทต์ ทัวร์มาลีน มีแทรกกระจายอยู่โดยทั่วไปในเนื้อหิน (ถ.พ. เฉลี่ย 2.66) 

 บริเวณที่พบ

ภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี  ระยอง  ชลบุรี  ภาคเหนือตั้งแต่จังหวัดเชียงรายจนถึง จังหวัดตาก ภาคใต้แถบบริเวณเขตแดนไทย – พม่า จังหวัดสงขลา  ยะลา  และจังหวัดนราธิวาส

 ประโยชน์

เนื่องจากมีเนื้อเหนียวและแข็ง ทนทานต่อการผุสึกกร่อน เนื้อหินเมื่อนำมาตัดเป็นแผ่นเรียบขัดมันจะมีลวดลายสวยงามมาก ใช้เป็นหินประดับและหินก่อสร้าง เพราะมีความแข็งแรงคงทน  เมื่อโม่ย่อยเพื่อผลิตเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่น ส่วนผสมคอนกรีตทำถนน ทำอนุสาวรีย์  ทำครก  นับว่าใช้เป็นหินประดับและหินก่อสร้าง

หินแกรนิต สีชมพู

ประเภท

อัคนีแทรกซอน

 ลักษณะ

เป็นหินที่มีเนื้อหยาบหรือเป็นดอกผลึกเกาะกันแน่นเห็นได้ชัด ดูโดยทั่วไปเป็นหินสีจาง เพราะมีแร่ส่วนใหญ่เป็นแร่พวกเฟลด์สปาร์สีชมพูและ ควอร์ตซ์ เมื่อทุบดูจะเห็นผิวหน้าที่ขรุขระได้ชัดเจน

 กระบวนการเกิด

เกิดจากการเย็นตัวอย่างช้า ๆ ภายใต้พื้นผิวโลก

 องค์ประกอบ

แร่ที่สำคัญคือ แร่ควอร์ตซ์ประมาณ 30% กับแร่เฟลด์สปาร์ โดยเฉพาะพวกออร์โทเคลสประมาณ 60% แร่สีเข้มประมาณ 10% ได้แก่  ฮอร์นเบลนด์ ไบโอไทต์ ทัวร์มาลีน มีแทรกกระจายอยู่โดยทั่วไปในเนื้อหิน (ถ.พ. เฉลี่ย 2.66) 

 บริเวณที่พบ

จังหวัดตาก นครสวรรค์ และจันทบุรี

 ประโยชน์

เนื่องจากมีเนื้อเหนียวและแข็ง ทนทานต่อการผุสึกกร่อน เนื้อหินเมื่อนำมาตัดเป็นแผ่นเรียบขัดมันจะมีลวดลายสวยงามมาก ใช้เป็นหินประดับและหินก่อสร้าง เพราะมีความแข็งแรงคงทน  เมื่อโม่ย่อยเพื่อผลิตเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่น ส่วนผสมคอนกรีตทำถนน ทำอนุสาวรีย์  ทำครก  นับว่าใช้เป็นหินประดับและหินก่อสร้าง

2. หินอัคนีพุ ได้แก่

หินแอนดีไซต์

ประเภท

อัคนีพุ

 ลักษณะ

เป็นหินที่เนื้อละเอียด ผลึกของแร่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เพราะแร่ตกผลึกอย่างรวดเร็ว ทำให้ผลึกแร่มีขนาดเล็ก มีสีม่วง เขียว เทาแก่ หรือดำ ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจวินิจฉัย

 กระบวนการเกิด

เกิดจากหินหนืดเย็นตัวบนพื้นผิวโลก

 องค์ประกอบ

ประกอบด้วยแร่ที่สำคัญ คือ แร่แพลจิโอเคลสเฟลด์สปาร์ และแร่สีเข้มพวกฮอร์นเบลนด์ ไพรอกซีน และไบโอไทต์ บางแหล่งจะเป็นแร่ไพรอกซีนใหญ่ฝังลอยในเนื้อหินละเอียด หน้าตัดจะเห็นชัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม หรือมีแร่เฟลด์สปาร์ใหญ่ฝังในเนื้อหินซึ่งสีจะเข้ม

 บริเวณที่พบ

ตามขอบที่ราบสูงโคราช เช่น จังหวัดนครราชสีมา  สระบุรี  เพชรบูรณ์  ลพบุรี  นครนายก แพร่  และจังหวัดลำปาง ทางด้านทิศตะวันออก  จังหวัดปราจีนบุรี  และจังหวัดตราด

 ประโยชน์

ใช้เป็นหินก่อสร้าง ทำถนน ทางรถไฟ ทำหินเกล็ด เคยมีการระเบิดทำเหมืองอยู่ที่เขาตะกร้า จ.สระบุรี

หินไรโอไลต์

ประเภท

อัคนีพุ

 ลักษณะ

เนื้อละเอียดมาก โดยทั่ว ๆ ไป มักจะมีสีจาง เช่น ขาว ชมพูซีด หรือ เทา บางทีก็มีเนื้อแก้ว มักจะเป็นเม็ดแร่ควอร์ตซ์ใส ๆ ฝังในเนื้อหิน

 กระบวนการเกิด

เกิดจากหินลาวาขึ้นมาสู่ผิวโลกและเย็นตัวบนผิวโลก เป็นการเย็นตัวค่อนข้างที่จะรวดเร็ว

 องค์ประกอบ

ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยแร่เฟลด์สปาร์ และแร่ควอร์ตซ์ แร่อื่น ๆ ที่มีแต่ไม่สำคัญ ได้แก่ไบโอไทต์ ฮอร์นแบลนด์ บางครั้งอาจจะพบผลึกที่มีขนาดโต

 บริเวณที่พบ

หินโผล่ ปรากฏเป็นบริเวณทั่วไปตามภาคต่าง ๆ ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีลักษณะเป็นเขาใหญ่ที่มีต่อเนื่องกัน พบที่ จังหวัดสระบุรี  ลพบุรี เพชรบุรี และจังหวัดแพร่

 ประโยชน์

ใช้เป็นหินก่อสร้าง ทำถนน ทางรถไฟ ทำครก ประดับสวน และอาคาร